เพื่อน

posted on 24 Nov 2011 15:04 by pjpmee  in paper
ถ้าอยู่ดีๆผมจะอยากรู้ว่า
 
เด็กที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาจะคิดถึงเพื่อนที่เคยอยู่ด้วยกันตั้งแต่เล็กไหม
 
แบบไม่มีเหตุผลก็คงจะดูแปลกๆ
 
 
 
ครับ.
 
 
ผมคิดถึงเพื่อน.
 
 
 
 
ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า 
 
มันคงดูอบอุ่น
 
แม้ว่ามันจะเป็นความอบอุ่น ที่ไม่ได้เกิดจากความสัมพันธ์ทางสายเลือด
 
แต่ก็คงทำให้เด็กๆ ยังพอมีแสงสว่าง รอยยิ้ม ความรู้สึกดีๆบ้าง
 
 
 
ในคนกลุ่มๆหนึ่ง ถูกเลี้ยงมาในแบบเดียวกัน ที่เดียวกัน 
 
คงมีเพียง ประสบการณ์ วิถีการดำเนินชีวิต วัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน
 
 
แต่เรื่องความคิด สิ่งที่รักที่ชอบ นิสัยส่วนบุคคล
 
แม้จะใช้แม่พิมพ์ที่ดีแค่ไหน ยากที่จะเหมือนกัน 
 
 
 
 
เม็ดทรายที่อยู่บนหาดทรายขาวเดียวกัน
 
ยังไม่อาจที่หาเม็ดที่รูปร่างเหมือนกันทุกประการ...
 
มนุษย์ก็เช่นกัน
 
 
 
 
เมือถึงวันที่เด็กน้อยเติบใหญ่
 
เมื่อถนนใหญ่มาสิ้นสุดที่ทางแยกสู่ถนนเล็กๆหลายพันหมื่นสาย
 
เด็กทุกคนก็คงถึงวันที่ต้องแยกจากกัน
 
เพื่อจะเดินไปตามเส้นทางตัวเอง
 
 
 
เวลาผ่านไปแสนนาน 
 
เมื่ออ่อนล้า เหน็ดเหนื่อย ท้อ
 
เด็กน้อยหันกลับไป..ไม่เจอใคร มีเพียงเขาคนเดียวที่อยู่บนเส้นทางนี้
 
 
เขาจะคิดถึงเพื่อนของเขาไหมนะ?
 
เพื่อนของเขาจะคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า?
 
ทุกคนจะยังจำความทรงจำที่บ้านหลังนั้นได้หรือไม่?
 
...
 
 
 
เวลาผมนึกถึงภาพบรรยากาศวันเก่าๆที่ได้อยู่กับเพื่อน
 
มันช่างหอมหวาน
 
 
 
"แม้ทุกวันจะไม่ใช่วันที่ดี
 
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
 
มันจะเป็นความทรงจำชั้นดี."
 
 
 
 
เด็กที่เติบโตขึ้นในทุกวัน ก็คงจะรู้ได้ว่า
 
คงไกลแสนไกล ที่ทุกคนจะเดินกลับไปที่จุดเดิม
 
แต่เพียงถนนทุกเส้นทางยังคงไม่ได้ห่างกันไกล
 
มันก็ยังคงพอมีหวังที่ทุกคนจะได้กลับมาเจอกัน
 
 
กลับมารื้อความทรงจำ
 
กลับมาเจอกันด้วยแรงความคิดถึง
 
 
 
ผมคิดถึงเพื่อน.
 
 
 
 
 
INT'27 : ไม่รู้ว่าพวกมึงจะได้มาอ่านบล็อกนี้หรือเปล่า แต่กูยังคิดถึงภาพที่พวกเราได้ไปค่าย
ได้ทำค่าย ได้เหนื่อย ได้ผ่านอะไรๆมาด้วยกัน จนมาถึงวันนี้กูก็ไม่รู้ว่าพวกมึงยังคงคิดถึงอินกันหรือเปล่า แต่กูคิดถึงพวกมึงนะ
กูยังอยากเจอพวกมึงที่ห้องอิน น้องๆพี่ๆ ก็ยังอยากเจอพวกมึงอยู่เหมือนกัน.
 
PG. คิดถึงพวกมึงที่สุด ไม่เคยคิดว่าพวกเราจะห่างกันได้ขนาดนี้ กูยังคงรอวันที่พวกเราจะได้กลับมานั่งคุยกัน ได้เจอกัน
ไม่ต้องกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่แค่อยากจะมีคนมารื้อความทรงจำดีๆด้วยกัน ให้ได้ยิ้มด้วยกันอีก.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

แรงงานอาสา

posted on 02 Nov 2011 19:51 by pjpmee  in Whiteboard
 
ผมได้มีโอกาสได้รับใช้ชาติ
 
..แบบเบาๆ
 
 
ผมไปลุยงานในส่วนของ บรรจุกระสอบทราย ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
 
ซึ่งเท่าที่ผมทราบ การทำงานของที่นี่และอีกหลายๆที่ ทำงานกันข้ามวันข้ามคืน
 
บ้างก็แท๊คมือสลับกะงาน ทำงานจนลืมวันลืมคืน ขนาดที่ว่า OT ที่ออฟฟิศยังไม่ตั้งใจเท่านี้
 
 
ได้ถุงมือผ้า ทายากันยุง ถุงกระสอบทราย เชือกมัดปากถุง งานของผมก็เริ่มประมาณ2ทุ่มนิดๆ
 
ทำไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เหมือนผมจะรู้ซึ้งถึงความอ่อนล้าของพี่ๆทหารทีทำงานแบบเครื่องจักร
 
 
 
"หยุดงานไม่ได้...ประชาชนมาก่อน"
 
 
เท่าที่ผมมองไปรอบไซต์งาน มีกองทราย6-7กอง
 
แรงงานอาสาร่วมสองร้อยคนมารุมตอมตักกันเหมือนมดขนน้ำตาลกลับบ้าน
 
บวกกับพลังเครื่องจักรและรถสิบล้อนับสิบคัน ที่ปราศจากป้าย
 
"ด้วยความห่วงใย จาก ... "
 
ความรู้สึกมันวิเศษ พลังงานมันพลุ่งพล่านบอกไม่ถูกเลยฮะ
 
 
 
งานอาสา เป็นงานที่ไม่ได้เงิน 
 
แต่แปลกตรงที่ว่า มองไปทางไหน ก็เห็นแต่รอยยิ้่ม บ้างก็เสียงหัวเราะ
 
ส่งคืนความสุขแก่ตัวผู้ทำ และ ส่งต่อไปยังผู้ที่กำลังเดือดร้อนอีกมากมาย
 
พลังความเต็มใจ ที่เงินซื้อไม่ได้
 
 
แรงมนุษย์ของกลุ่มพวกผมหมดลงราวๆตี2
 
กระสอบใบสุดท้ายจาก3ร้อยกว่าใบ ถูกมัดปากถุงและโยนไปรวมกับถุงอื่น 
 
รอแจกจ่ายไปตามสถานที่ต่างๆ 
 
แม้ว่าจำนวนจะไม่ได้เยอะหนักหนา แต่ก็ได้ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ได้ลงมือทำ
 
โครตสะใจในอารมณ์.
 
 
 
 
ระหว่างนั่งรถกลับมาบ้าน ก็ปลงตกเมื่อคิดได้ว่า 
 
ต้องกลับมาพบกับข่าวสารข้อมูลที่มีปริมาณมากพอกับน้ำ
 
แต่ใช้ได้จริงๆไม่เท่าไร
 
ต้องมาพบกับกลุ่มบุคคลการเมืองจากระบอบประชาธิปไตย
 
กลุ่มบุคคลที่กล่าวว่า ขออาสา ขอโอกาส.....
 
 
 
ผมว่าพวกคุณ ไม่เหมาะกับคำว่า อาสา
 
ตราบใดที่คุณได้รับเงินเดือน แต่ ไม่ได้ใช้โอกาสทีคุณขอมาช่วยประเทศไทย
 
 
อย่างเต็มใจ.
 
 
เจอกันเมื่อชาติต้องการ.
 
สวัสดี.
 
 
 
images by free.in.th
 
 

2012

posted on 29 Oct 2011 22:09 by pjpmee  in Blackboard
 
2012
 
เขาว่ากันว่าปีหน้าโลกจะแตก...
 
 
 
 ยิ่งผมดึงแผ่นปฏิทินออกไปทุกเดือน
 
เลข 2012 ก็เริ่มเข้ามาแวะเวียนยั่วประสาทในหัว
 
การแพร่ภาพเหตุการณ์ภัยพิบัติจากทั่วทุกมุมโลก 
 
มักจะมาพร้อมๆกับตอนที่ผมถือถ้วยกาแฟ ไม่ก็ถุงหมูปิ้ง 
 
 
ภาพเหล่านั้นดึงสายตา และดูดสติผมไปชั่วขณะ
 
จนเผลอหยิบถุงหมูปิ้งยกดื่ม และกัดหูถ้วยกาแฟก็มี.
 
 
 
 
 
ผมเป็นคนที่ชอบดื่มนมกล่องอยู่เป็นประจำ
 
กินได้ทั้งวันไม่เบื่อ 
 
 
เมื่อผมเจาะหลอดดูดลงไป
 
ก็อดเสียไม่ได้ทุกครั้ง ที่จะเหลือบตามองดูวันผลิตและวันหมดอายุ
 
 
"อ่าว หมดอายุอาทิตย์ที่แล้วนี่หว่า...."
 
 
เป็นนมกล่องนี่ก็ดี ยังมีวันหมดอายุแน่นอน
 
ขนาดคนเรายังไม่รู้เลยว่าวันสุดท้ายจะมาเมื่อไร..
 
 
 
 
จะว่าไปของเกือบทุกชิ้น
 
ก็มักจะมีอายุขัยของมัน 
 
อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้ามันรู้วันหมดอายุของตัวเอง
 
มันจะรู้สึกอย่างไร...จะเหมือนคนหรือเปล่า?
 
 
 
 
แต่ที่รู้อย่างหนึ่งก็คือ
 
พวกมันมุ่งมั่นทำหน้าที่ของพวกมันได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง
 
ไม่เคยวิตกกังวลใดๆ จนไม่เป็นทำงานทำการ
 
แม้วันหมดอายุจะค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที
 
 
 
 
แปลกดีที่มนุษย์เรา
 
ยังคงว้าวุ่น พะว้าพะวง
 
เมื่อรู้เส้นตายของโลกที่เขียนกำหนดไว้
 
 
ทำให้ทุกคนต่างอยากย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องในอดีต
 
ทั้งที่ทุกคนรู้ว่าเป็นไปไม่ได้
 
ทั้งที่ทุกคนรู้ว่า มีแค่วันนี้
 
และอาจจะมีหรือไม่มี พรุ่งนี้
 
 
 
"พวกเราไม่ใช่คนที่เริ่มหมุนเวลา เราไม่สามารถย้อนเวลาได้ ทำได้แค่วิ่งตาม"
(จากภาพยนตร์เรื่อง In Time )
 
 
ตั้งสติ
 
อยู่กับหน้าที่และความฝัน
 
ทำวันนี้ และหวังในวันพรุ่งนี้.
 
 
2012
 
อาจจะเป็นเพียงแค่อีก1ปีที่สามารถทำสิ่งดีๆได้อีกมากมาย
 
มันอาจไม่ใช่วันสุดท้าย.
 
 
 
 
 
คิดไปคิดมา
 
นมกล่องในมือผม
 
 แม้จะเลยวันหมดอายุไปแล้ว 
 
แต่ผมเชื่อว่ามันก็คงจะอยากทำหน้าที่ให้ลุล่วง
 
 
ผมเลยกลั้นใจดูดพรวดเดียวเกือบหมด
 
 
 
....
 
 
เอ้า
 
ยังไม่เสีย.
 
 
 
สวัสดี.