GUMBEAR View my profile

มอง

posted on 09 Nov 2012 23:10 by pjpmee in paper directory Fiction, Idea

              

 

                ผมหยุดยืนที่หน้าร้านเครื่องเขียนร้านประจำ ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ผมยื่นหน้ามองเข้าไปในร้านเพื่อความแน่ใจว่าเฮียเจ้าของร้านไม่ได้เดินไปเล่นหมากรุกกับวินมอเตอร์ไซค์ตรงหัวมุมถนนในช่วงบ่ายคล้อยอย่างที่เป็นประจำ เมื่อพบว่าเฮียอยู่ในร้าน จึงก้าวเท้าเดินเข้าไปในร้าน เอียงตัวหลบตู้กระจกที่เต็มไปด้วยเครื่องเขียน และ ชั้นวางขายหนังสือพิมพ์อย่างชำนาญ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์ไม้ ที่ด้านบนนั้นเต็มไปด้วยรอยกรีดคัทเตอร์ยาวเป็นเส้นๆ วางตัวสลับกันไปมาอย่างวุ่นวาย

                ทุกครั้งที่ผมมองร่องรอยเหล่านี้ ผมมักจะสงสัยระคนแปลกใจ ว่าเหตุใดร้านเครื่องเขียนถึงไม่มีแผ่นรองคัทเตอร์ ทำไมปล่อยให้ร่องรอยการตัดขาดถูกจารึกลงไปในเนื้อไม้

 

                “ เฮียครับ กระดาษ100ปอนด์ 5แผ่น ”

 

                 เฮียหยิบปึกกระดาษหนาออกมาวางบนเคาท์เตอร์ เอื้อมมือไปหยิบคัทเตอร์สีแดง พร้อมกับยื่นอีกมือรับสมุดบันทึกของผม เพื่อวัดขนาด เฮียลงมือตัดกระดาษ 100 ปอนด์บนเคาท์เตอร์ไม้ ตามขนาดของสมุดบันทึก ผมเห็นภาพที่ใบมีดกำลังค่อยๆเฉือนทะลุเนื้อกระดาษลงไปยังเนื้อไม้เคาท์เตอร์ พลางคิดคำนวณว่าในบรรดารอยกรีดทั้งหมดบนเคาท์เตอร์ไม้นั้นต้องมีของผมไม่น้อยกว่าสิบรอย 
               
ผมทำสมุดบันทึกนี้ด้วยตัวเอง ปกทำจากกระดาษลังแข็งทาสีเทาควันบุหรี่ สามารถถอดปกได้ เพื่อเติมกระดาษ นับวันกระดาษเริ่มทยอยเข้ามาอาศัยมากขึ้นจนปกไม่สามารถอ้ารับกระดาษทั้งหมดไหว กระดาษบางส่วนจึงต้องระเห็จออกจากสมุดบันทึก มาอยู่ที่ด้านหลังแล้วใช้คลิปหนีบติดไว้

                “ สมุดลื้ออ้วนขึ้นเยอะเลยนะรอบนี้ ”  เฮียพูดระหว่างที่กำลังเก็บกระดาษส่วนเกินจากที่ตัดทิ้งลงถังขยะ

                ผมยิ้มไม่ตอบอะไร ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบแบงค์ยี่สิบยับยู่ยี่สองสามใบและเศษเหรียญอีกนิดหน่อยวางไว้บนเคาท์เตอร์ กล่าวขอบคุณและหอบกระดาษหนีบไว้ที่รักแร้

               

                ผมเดินออกจากร้านมุ่งหน้าไปถนนพระอาทิตย์ เมื่อถึงที่หมายผมจัดแจงหนีบกระดาษทั้งหมดเข้ากับสมุด และก็สังเกตุว่าสมุดของเขาเริ่มอ้วนขึ้นมากจริงๆอย่างที่เฮียบอก

                ด้วยความที่ว่าใกล้กับคอนโด และ ในช่วงเย็นๆที่นี่มักจะมีคนมาทำกิจกรรมต่างๆพลุกพล่านในระดับหนึ่ง ผมจึงเลือกสวนสันติชัยปราการ เป็นจุดประจำการรับวาดรูปพอตเทรต ใช้สวนนี้เป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้สึกและสิ่งที่ผมมองเห็นอยู่เป็นประจำ  

                ผมนั่งวาดรูปเล่นได้ไม่นาน ก็มีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันร่างเล็ก ผอม ผิวขาว ตามสไตล์คนกรุงยุคใหม่ มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม พร้อมกับเอ่ยปากขอให้ผมวาดรูปให้เธอ                    

               

                เราสองคนนั่งอยู่บนพื้นสนามหญ้าที่ชื้นเล็กน้อยจากฝนเมื่อช่วงเช้า ด้านหลังของเธอมีภาพแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งสะท้อนแสงสีทองอมส้มของพระอาทิตย์ดวงกลมใหญ่ที่กำลังทิ้งตัวจากท้องฟ้าลงมาที่ผืนน้ำเป็นพื้นหลัง แรงกระเพื่อมของน้ำทำให้สะท้อนแสงนั้นไปอย่างไร้ทิศทาง เมื่อกระทบนัยน์ตาแล้วคล้ายกับมองแสงที่ประกายจากเพชรเม็ดงาม
                …แต่จะว่าไปใบหน้าของเธอก็สวยพอที่จะเป็นจุดสนใจของภาพอย่างกลมกลืนเช่นกัน  

               
ในขณะที่สายตาผมกำลังปรับโฟกัสไปมาระหว่างดินสอกับใบหน้าของเธอเพื่อวัดสเกล  สายตาผมก็มาหยุดค้างอยู่ที่ใบหน้าของเธอ ผมมองพินิจความลงตัวที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างมาให้เธอ ดวงตากลมสีดำ จมูกสันโด่งพอสวยงาม ริมผีปากเรียวงามสีชมพูระเรื่อ  ใบหน้าเรียวโค้งสวยงาม ผิวขาวนวลเรียบเนียน   ทุกส่วนล้วนดึงดูดสายตาของผมราวกับเป็นแม่เหล็ก จนแทบไม่อยากละสายตา 

 

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่สายตาผมถูกสะกดนิ่งด้วยใบหน้าของเธอ แต่เมื่อผมรู้สึกตัวจึงรีบหลบสายตาหลังสมุดบันทึกของผมด้วยความเขิน มือของผมเริ่มต้นร่างเส้นแล้ว แต่ภายในใจผมกำลังถกเถียง สับสน  อนึ่งเพราะรู้สึกเสียมารยาทที่จับจ้องใบหน้าของเธอ ถ้าจะเรียกว่าลวนลามด้วยสายตาก็คงไม่เกินความเป็นจริง แต่อีกใจหนึ่งก็พยายามส่งเสียงชื่นชมพร่ำเพ้อถึงความงามของเธอด้วยความหลงใหลเพื่อกลบอีกเสียงหนึ่ง   

                แน่นอนว่าเสียงที่เข้าข้างตัวเองมักจะดังกว่าฝั่งที่รู้สึกผิดเสมอ    

               

                ผมพยายามมองใบหน้าเธอและซึมซับความรู้สึกที่มีต่อเธอให้มากที่สุด มากพอที่องค์ประกอบทั้งภาพที่เห็นจริงและภาพที่เกิดจากมโนทัศน์ทั้งหมดถูกสื่อสารออกไปที่แผ่นกระดาษได้อย่างชัดเจน     

 

                 และแล้วผมก็มาสะดุดที่แววตาของเธอ..    

 

                หากมองเผินๆก็คงจะไม่เห็นว่าจริงๆแล้วเธอเป็นคนที่มีนัยน์ตาเศร้า เพียงแต่ซุกซ่อนอยู่ในความสดใสร่าเริง ราวกับความงามที่มีนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อจะปกปิดความทุกข์ที่มีอยู่ภายใน ยิ่งผมมองแววตานั้นนานเท่าไหร่ ความงามที่ล้อมรอบดวงตาคู่นั้นดูจะค่อยๆเลือนหายไป ความรู้สึกหลงใหลถูกเจือจางลง และถูกแทนที่ด้วยอารมณ์หม่นๆ อาจเป็นเพราะความเศร้าจากนัยน์ตาคู่นั้นถูกรับรู้ว่ามีอยู่ และ ถ่ายทอดเข้ามาอยู่ภายในใจของผมแล้ว

 

                  การวาดภาพครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมใช้เวลามองต้นแบบมากกว่ารูปที่ผมวาด มือของผมเคลื่อนไหวไปอย่างอิสระ ไม่ได้บรรจงกับลายเส้นมากนัก แต่ไม่ถึงกับเป็นการวาดแบบคอนทัวร์*  ผลงานที่ออกมานั้นยืนอยู่บนเส้นที่คั่นระหว่างความรู้สึกกับความจริง เมื่อภาพเสร็จสมบรูณ์ ผมยื่นสมุดบันทึกให้เธอ เมื่อเธอเห็นภาพนั้น เธอกลับยื่นสมุดคืนมาให้ผม ลุกขึ้นยืน ปัดเศษหญ้าที่ติดกระโปรงออก

 

                “ ฉันว่าภาพนี้ไม่ใช่ตัวฉัน ฉันว่าคุณเก็บรูปนี้ไว้เองจะดีกว่า ” สิ้นสุดคำพูด เธอก็หันหลังเดินจากไป ภาพที่สุดท้ายที่ผมเห็น คือ น้ำตาค่อยๆเอ่อไหลออกจากดวงตาเศร้าคู่นั้น

 

                ผมดึงกระดาษออกมาเก็บไว้ที่ปกหลังของสมุดบันทึก เก็บรวมเข้ากับผลงานชิ้นอื่นๆ ที่ถูกปฏิเสธเหมือนกัน  ความรู้สึกผิดหวังเกิดขึ้นหลังจากที่เธอปฏิเสธ  ทั้งๆที่ผมพยายามกลั่นกรองทุกความรู้สึกที่ผมมีต่อเธออย่างพิถีพิถัน ทั้งๆที่ผมรับรู้และเข้าใจถึงความรู้สึกเธอ ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะสิ่งที่ผมถ่ายทอดไปนั้นเป็นความจริงที่เธอไม่ต้องการเปิดเผย หรือเป็นเพราะว่าผมไม่ได้ใส่ใจกับเส้นสายอย่างที่ควรจะเป็น

                 ผมกลับมาหยุดยืนที่หน้าร้านเครื่องเขียนร้านประจำ ยื่นหน้ามองเข้าไปในร้านเพื่อความแน่ใจว่าเฮียเจ้าของร้านไม่ได้เดินไปเล่นหมากรุกกับวินมอเตอร์ไซค์ตรงหัวมุมถนนในช่วงบ่ายคล้อยอย่างที่เป็นประจำ ผมก้าวเท้าเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว หลบหลีกชั้นวางต่างๆอย่างชำนาญ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์ไม้ สายตามองไปที่รอยกรีดคัทเตอร์ที่วางตัวสลับไปมา

                 เคาท์เตอร์ไม้ตัวนี้คงดูไม่มีความทรงจำอยู่เลย ถ้าปราศจากรอยกรีดเหล่านี้

               

                ผมยิ้มให้กับรอยเหล่านั้นอย่างไม่รู้ตัว.

 

 

 

* Contour Drawing คือ การวาดเส้นตามสัมผัส โดยการใช้สายตามองที่ภาพต้นแบบแล้วใช้มือวาดไปตามความรู้สึกโดยไม่มองที่กระดาษ 

                

 

เรื่องสั้นเรื่องแรกครับ กำลังฝึกเขียนแบบไร้ทิศทาง ติชมคอมเม้นท์ได้เลยนะครับ

และก็ฝากเพจด้วยครับ http://www.facebook.com/Optimistic.note


 

                

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

เขียนได้น่าติดตามมากครับ..

ชอบฮะbig smile big smile big smile
5555+ เอ๊ะ หรือเรื่องจริงทั้งหมดเลยquestion

#9 By ' I'm E29AZA ' on 2012-11-20 14:39

@just-a-lady  ก็แอบๆมีเรื่องจริงปะปนด้วยฮะ 555
@indybastet  โอยย ขอบคุณครับพี่ ช่วงนี้อ่านเรื่องสั้นเยอะ อยากลองปล่อยของบ้าง sad smile

#8 By GUMBEAR on 2012-11-20 09:40

เรื่องแรกหรือครับนี่
กลมกล่อมเหมือนเคยแต่งมาก่อนเลย


Hot! Hot!

#7 By อิสระรำพัน on 2012-11-18 14:57

อินนะเนี่ย,, เห็็นตัวเล็กบรรทัดสุดท้ายบอกว่าเป็นเรื่องสั้น.. คิดว่าเป็นเรื่องจริงนะเนี่ย >_<

,, เอ๊ะ หรือจะจริงHot! Hot!  

#6 By ' I'm E29AZA ' on 2012-11-18 10:30

: )

#5 By Fernall on 2012-11-16 17:47

เรื่องจริงปะ เฮดวาดรูปได้ด้วย จิง

#4 By สมจุ้น (103.7.57.18|171.6.132.18) on 2012-11-16 16:30

อ่านแล้วชอบบบบบบบบบค่ะ
ติดตามต่อไป Hot! Hot! Hot!  

#3 By This is ALPHA. on 2012-11-15 02:05

แซ้ดดดดด Hot! 

#2 By Gathering Urza on 2012-11-10 16:14

กรีดเป็นรอยลึก
big smile Hot!

#1 By Nirankas on 2012-11-10 09:01