GUMBEAR View my profile

- ชุตินฺธโร ( ชุ-ติน-ทะ-โร ) คือ ฉายาที่ผมได้รับ แปลว่า ผู้คงไว้ซึ่งความเจริญรุ่งเรือง
 
 
- การบวชในปัจจุบันนี้โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มักจะเป็นการอุปสมบทหมู่เสียมาก และมักจัดอยู่ในระบบ
 
booking เหตุเพราะไม่ใช่ทุกวัดที่จะมีพระอุปฌาย์ประจำวัดอยู่ ดังนั้นหากวัดไหนไม่มีพระอุปฌาย์ ก็ต้องอาศัย
 
นิมนต์มาจากวัดข้างเคียง ก็อาจจะสร้างความลังเลใจสำหรับคนที่ดูฤกษ์มาแล้ว
 
 
- ต้องเลือกระหว่างฤกษ์ดีกับไม่ได้บวช
 
 
- ก่อนจะบวชก็ต้องมีการนัดซักซ้อมการ "ขานนาค" หรือการสวดเพื่อขอบรรพชาอุปสมบทนั่นเอง สิริรวม
 
ความยาวก็ประมาณ 2 หน้ากว่า
 
 
- ขึ้นอยู่ว่าคุณบวชที่วัดนิกายอะไร ระหว่าง ธรรมยุต หรือ มหานิกาย เพราะสำเนียงการท่องก็จะต่างกัน ธรรมยุต
 
จะท่องแบบมคธ จังหวะยากกว่า ออกเสียงยากกว่า ส่วนมหานิกาย จะท่องแบบสังโยค
 
 
 - มคธน่าจะเปรียบเหือนการร้อง rap ( คือก็ไม่ได้เร็วขนาดนั้นนะ ) เพราะมคธออกเสียงเป็นวรรค
 
ค่อนข้างชัดเจน ออกเสียงอักขระตามภาษามคธ และจะอ่านลากยาวไปจนกว่าจะเจอจุด fullstop หรือ จบ
 
ประโยค บางทียาวขนาดที่ว่าผมหยุดหายใจไป 2 ครั้ง แต่ยังสวดไม่จบ
 
 
- ซึ่งถ้าฝึกท่องแบบมคธสัก 1 เดือน อาจจะสามารถ rap ตาม fifty cent หรือ snoop dog ได้
 
 
-ส่วนสังโยคก็จะเป็นแบบที่พวกท่านๆ เคยได้ยินกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะออกเสียงแบบบาลี-ไทย คุ้นหูกว่า
 
สวดตามง่ายกว่า
 
 
 - และผมบวชฝั่งธรรมยุต อืมม.
 
 
 
- มีการซักซ้อมกัน 7 วันถ้วนก่อนวันบวช แต่ที่จริงผมได้หนังสือซ้อมสวดพร้อมซีดีที่บันทึกเสียงหลวงพี่
 
ที่ออกเสียงอักขระชัดเจนเสียจนไม่รู้ว่าจะขย่อนเสียงออกมาให้เหมือนหลวงพี่อย่างไร มาไว้ในครอบครองเกือบ 2
 
เดือน 
 
 
- และผมก็เพิ่งเปิดก่อนไปซ้อม 2 วันถ้วน
 
 
- ตั้งใจแต่ภายแรกแล้วว่า จะไม่มีสิ่งบันเทิงอะไรมากมาย มีพิธีรีตรองแต่พอสมควร อะไรไม่จำเป็นหรือไม่มี
 
ความสมเหตุสมผล ก็จะขอให้ตัดทิ้งไป อย่างเช่น วงดนตรี
 
 
 - แต่ผมก็ลืมนึกไปว่าบวชหมู่ หมายความว่า อาจจะมีนาคสักคนหนึ่งแหลมออกมา อาจจะเป็นคนรักการเอนเตอร์
 
เทนและแดนซิ่ง แล้วก็มีจริงๆ และนอกจากกลองยาวแล้ว สตริงคอมโบก็มา
 
 
- ทีนี้ล่ะครับคุณเอ๊ย ตอนแรกก็แดนซ์กันแค่ขบวนของนาคคนนั้น แต่เสียงดนตรีก็ไม่ได้ห่างกับขบวนอื่น
 
เท่าไหร่ เรียบร้อยครับ ด้านหน้าของนาคแต่ละคนก็ไม่ว่างอีกต่อไป 
 
- แดนซ์ยับ แดนซ์ดิ้นแทบสิ้นใจ
 
 
 - ไอที่พ่อแม่บอกไว้ก่อนหน้านั้นว่าให้ทำจิตใจให้สงบก่อนเข้าโบสถ์นี่เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นจริง 
 
 
- ค่าใช้จ่ายโดยรวมก็ยังสูงจนน่าใจหายอยู่ดี มาสืบความกับคุณแม่หลังสึกออกมาแล้วก็พบว่า
 
เลยครึ่งแสน 
 
 
- ธุรกิจเกี่ยวกับความเชื่อน่าทำนะครับ รวยโครตชัวร์ ตราบใดที่บ้านนี้เมืองนี้ขี้เกียจหาเหตุผลมารองรับ
 
 
 
- วัตรเย็น ไม่ใช่ วัดในตอนเย็น แต่เป็นสิ่งที่ทำให้วันแรกของการบวชของผมดูครบสมบูรณ์
 
รู้สึกได้เลยว่าเราผมได้ทำหน้าที่ของพระสงฆ์อย่างจริงจังแล้ว แม้ตลอดชีวิตที่ผ่านมาจะขยาดการสวดมนต์มา
 
โดยตลอด เพราะไม่เข้าใจทั้งความหมายบทสวด และ เหตุผลของการปฏิบัติ แต่เมื่อนั่งคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์
 
พระพุทธรูปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยเสียงสวดอย่างพร้อมเพรียงของคณะสงฆ์
 
 
 - เสียงบทสวดเปล่งออกมาจากปากของผมอย่างอัตโนมัติ 
 
 
- หลังจากทำวัตรเย็น ก็สรงน้ำ เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของพระใหม่ ตามปกติพระจะห่มผ้าสามชิ้น สบง 
 
ปิดท่อนล่าง อังสะ ปิดท่อนบน ส่วนจีวรจะห่มทั้งตัวในเวลาทำวัตรเช้า-เย็น หรือ ออกนอกกุฏิ 
 
 
- สำคัญที่สุด คือ สบง เพราะอังสะ แค่สวม จีวร ก็ให้พระพี่เลี้ยงห่มให้ได้ แต่ถ้าห่มสบงออกมาจากห้องน้ำไม่ได้
 
ก็เกมโอเวอร์ จะเจ๊งชัยที่สุด คือ สบงหลุด... ไม่เหลืออะไรเลย 
 
 
- และก็กลับมาเรียนเรื่องศีลกับพระอาจารย์ ซึ่งสิ่งที่เรียนนั้น คือ ความรู้ใหม่ที่
 
เคยเรียนมาแล้วทั้งนั้น เพียงแต่ ณ เวลา บรรยากาศ และผู้สอนไม่ได้สร้างความสนใจให้กับผมได้ขนาดนี้ 
 
 
- ไคลแมกซ์ของคืนแรกคงจะเป็น การจำวัf เป็นที่ร่ำลือกันว่า คืนแรกมักจะมีพลังงานบางอย่างโผล่มา
 
meet and greet กับพระใหม่ให้ได้กรี๊ดเล่นๆ
 
 
- แล้วไม่รู้อะไรบันดาลให้ทุกอย่างดูพร้อมสำหรับการแสดงสดคืนนี้เหลือเกิน คือ
 
ผมกับพระใหม่อีกรูปหนึ่ง ต้องย้ายไปอยู่ร่วมกับพระพี่เลี้ยงที่กุฏิเก่า แทนที่กุฏิใหม่ที่ดูใหม่ และ ใหม่ และใหม่กว่า

มาก ที่พระบวชใหม่ทุกคนอาศัยกัน
 
 
 - ไฟพร้อม เวทีพร้อม นักแสดงพร้อม(มั้ง) แต่คนดูอย่างผม โครตจะไม่พร้อม ผ้าปูรองนอนสีเหลืองบางๆ หมอน
 
สูงเกินที่ใช้ปกติ ดีว่านุ่ม ผ้าห่มที่มีขนาดใหญ่กว่าผ้าขนหนูเช็ดหัวนิดเดียว เปิดหนังสือสวดมนต์ที่อยู่ในย่าม
 
ซัดบทสวดแบบรีมิกต์ไป 3 รอบถ้วน
 
 
- ดูเหมือนผมจะเป็นคนกลัวผีนะครับ แต่ถ้าเทียบกับพระใหม่อีกรูปหนึ่งที่นอนข้างๆ ผมดูเฉยง่อยไปเลย
 
 
- ข่มตาหลับตั้งแต่ 4 ทุ่ม หลับๆ ตื่นๆ ร้อนรนใจเมื่อไรจะเช้า ไม่รู้เผลอหลับไปเมื่อไร รู้แต่สะดุ้งตื่นพราะเสียง

ประตูดังปังตอนประมาณตี 2 ตอนแรกไม่กล้าลุกขึ้นมาดู ได้แค่เอียงคอเหลือบตาดูนิดหน่อย ประมาณ 5 นาทีจึง
 
ตั้งสติได้ว่าก่อนจะนอน หลวงพี่บอกว่า "ตอนตี 2 หลวงพี่จะตื่นมาเดินจงกรม ไม่ต้องตื่นตามหลวงพี่นะ" 
 
 
- อืม ไม่ทันแล้วครับ
 
 
- แล้วก็ผ่านคืนแรกไปด้วยดี.
 
 
 
ติดตามตอนหน้าฮะ
 
 
สวัสดี.
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

#2 By Live a Live on 2014-04-19 19:41

แวะมาอนุโมทนาย้อนหลังค่ะ : )

#1 By Fernall on 2014-04-19 12:08